บันทึกการอ่าน
บันทึกการอ่าน ของ นางสาวนิกษ์นิภา อินต๊ะราช
เลขที่ ๙ ชั้น
ม. ๔/๑
เรื่องที่ ๓๓ วันที่ ๑๔เดือน
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๘
ชื่อเรื่อง นายพรานผู้ขมังธนูกับราชสีห์
สาระสำคัญ กาลครั้งหนึ่งในป่า
อันเป็นที่อยู่ของบรรดาสรรพสัตว์
ได้มีพรานป่าผู้ขมังธนูคนหนึ่งเข้ามาล่าสัตว์
ทำให้สัตว์ทั้งหลายพากันเตลิดหนีไปด้วยความตกใจกลัว
ยกเว้นพญาราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่าตัวเดียวเท่านั้นที่ใจกล้า
ไม่ยอมหนี ทำท่าจะกระโจนเข้าต่อสู้กับนายพราน
ได้มีพรานป่าผู้ขมังธนูคนหนึ่งเข้ามาล่าสัตว์
ทำให้สัตว์ทั้งหลายพากันเตลิดหนีไปด้วยความตกใจกลัว
ยกเว้นพญาราชสีห์ผู้เป็นเจ้าป่าตัวเดียวเท่านั้นที่ใจกล้า
ไม่ยอมหนี ทำท่าจะกระโจนเข้าต่อสู้กับนายพราน
“ช้าก่อน”
นายพรานร้องห้าม “ข้าจะส่งทูตไปเจรจากับเจ้า”
นายพรานยิงลูกศรไปถูกชายโครงของราชสีห์
ผู้เป็นเจ้าป่ารู้สึกเจ็บปวดส่งเสียงร้องโหยหวนแล้ววิ่งเตลิดเข้าไปในดงไม้ทึบ
เมื่อหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นเจ้าป่าวิ่งเตลิดหนีมาจึงรีบเข้าไปสอบถาม
“ข้าเห็นท่านกำลังจะต่อสู้กับนายพรานไม่ใช่หรือ แล้วเหตุไฉนจึงหนีมา
ทำไมไม่ขับไล่ศัตรูของพวกเราออกไปจากป่า”
ผู้เป็นเจ้าป่ารู้สึกเจ็บปวดส่งเสียงร้องโหยหวนแล้ววิ่งเตลิดเข้าไปในดงไม้ทึบ
เมื่อหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งเห็นเจ้าป่าวิ่งเตลิดหนีมาจึงรีบเข้าไปสอบถาม
“ข้าเห็นท่านกำลังจะต่อสู้กับนายพรานไม่ใช่หรือ แล้วเหตุไฉนจึงหนีมา
ทำไมไม่ขับไล่ศัตรูของพวกเราออกไปจากป่า”
“เจ้าอย่ามายุซะให้ยากเลย” ราชสีห์ตอบด้วยความครั่นคร้าม
“แค่ทูตของมันยังทำให้ข้าต้องเจ็บปวดถึงเพียงนี้ แล้วผู้เป็นเจ้านายของทูตจะมีฤทธิ์ขนาดไหน”
“แค่ทูตของมันยังทำให้ข้าต้องเจ็บปวดถึงเพียงนี้ แล้วผู้เป็นเจ้านายของทูตจะมีฤทธิ์ขนาดไหน”
ข้อคิดคำคม นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“ผู้โง่เขลาย่อมไม่สามารถพิจารณาแยกแยะว่าสิ่งใดคือเรื่องจริง…และสิ่งใดคือกลลวง”
“ผู้โง่เขลาย่อมไม่สามารถพิจารณาแยกแยะว่าสิ่งใดคือเรื่องจริง…และสิ่งใดคือกลลวง”
การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน -
หนังสืออ้างอิง นิทานอีสป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น